การประนอมข้อพิพาท คือ กระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือก โดยมี “คนกลาง” ที่มีความเป็นกลาง ทำหน้าที่ช่วยประสานงาน ช่วยเหลือ และสนับสนุนให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายที่มีปัญหาขัดแย้งกัน ได้พูดคุยเจรจา หาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี
จุดเด่นคือ คนกลางจะไม่มีอำนาจตัดสินชี้ขาดว่าใครถูกหรือผิด (ต่างจากการอนุญาโตตุลาการหรือการฟ้องศาล) แต่จะเน้นการประสานผลประโยชน์ให้ทั้งสองฝ่ายพึงพอใจร่วมกัน ) เมื่อตกลงกันได้แล้ว มักจะทำเป็น “สัญญาประนีประนอมยอมความ” เพื่อผลผูกพันทางกฎหมาย
สถานการณ์ : บริษัท A จ้างบริษัท B พัฒนาระบบซอฟต์แวร์มูลค่า 1 ล้านบาท แต่ระบบเกิดดีเลย์และมีบั๊กบ่อย บริษัท A จึงปฏิเสธไม่จ่ายเงินงวดสุดท้าย 300,000 บาท ส่วนบริษัท B ก็ขู่จะบล็อกระบบไม่ให้ใช้งาน
การประนอมข้อพิพาท : ทั้งสองฝ่ายตั้งคนกลาง (อาจเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT หรือกฎหมาย) มาช่วยเจรจา
ผลลัพธ์ : ตกลงกันได้โดย บริษัท B ยอมซ่อมบั๊กให้เสร็จภายใน 15 วัน และบริษัท A ยอมจ่ายเงินงวดสุดท้ายลดลงเหลือ 200,000 บาท ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องฟ้องศาลให้เสียเวลาและยังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันต่อได้
สถานการณ์ : บริษัทเลิกจ้างพนักงานกะทันหันเนื่องจากเศรษฐกิจซบเซา พนักงานรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและได้เงินชดเชยไม่ครบตามกฎหมาย จึงเตรียมรวมตัวกันฟ้องศาลแรงงาน
การประนอมข้อพิพาท : เจ้าหน้าที่ประนอมข้อพิพาทจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้ามาเป็นคนกลางนัดทั้งนายจ้างและตัวแทนพนักงานมาเจรจา
ผลลัพธ์ : นายจ้างชี้แจงเหตุผลทางบัญชี และยินยอมจ่ายเงินชดเชยเพิ่มให้อีกส่วนหนึ่งพร้อมออกหนังสือรับรองการทำงานให้ ส่วนพนักงานยอมรับข้อเสนอและไม่ฟ้องร้องดำเนินคดี
สถานการณ์ : นายดำ ปลูกต้นมะม่วงกิ่งก้านยื่นล้ำเข้าไปในบ้านของนายแดง ใบไม้ร่วงเต็มพื้นและรากชอนไชจนกำแพงบ้านนายแดงร้าว ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันรุนแรงจนเกือบจะลงไม้ลงมือ
การประนอมข้อพิพาท : ประธานชุมชนหรือคณะกรรมการหมู่บ้านเข้ามาเป็นคนกลาง ชวนทั้งคู่มานั่งคุยในส่วนกลาง
ผลลัพธ์ : นายดำตกลงจะตัดกิ่งที่ล้ำไปทั้งหมด และช่วยออกค่าซ่อมกำแพงให้ครึ่งหนึ่ง ส่วนนายแดงยอมความและไม่ติดใจเอาความเรื่องเก่า ทำให้กลับมาอยู่ร่วมบ้านใกล้เรือนเคียงกันได้ปกติ
© 2026 สนง.กฎหมาย และบัญชีการเงิน นันทยาพันธ์