การฟื้นฟู คือ กระบวนการทางกฎหมาย (ภายใต้ พ.ร.บ.ล้มละลาย) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือธุรกิจหรือบริษัทที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้ แต่ตัวธุรกิจยังมีศักยภาพ มีโอกาสที่จะทำกำไร หรือมีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้
เป้าหมายสูงสุดคือการ “รักษาองค์กรไว้” ไม่ให้ต้องปิดกิจการหรือโดนฟ้องล้มละลาย โดยศาลจะให้โอกาสเจ้าหนี้และลูกหนี้มาร่วมกันวางแผนปรับโครงสร้างหนี้และโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปและมีเงินกลับมาทยอยจ่ายคืนเจ้าหนี้ได้ มากกว่าการปล่อยให้บริษัทเจ๊ง
เพื่อให้เข้าใจง่าย ขอแนะนำทั้งตัวอย่างสมมติและกรณีศึกษาที่โด่งดังในไทยครับ:
ปัญหา : บริษัทมีหนี้สินรวม 50 ล้านบาท จากการกู้ซื้อรถบัสและรถทัวร์จำนวนมาก ต่อมาเกิดวิกฤตพลังงานค่าน้ำมันพุ่งสูงและนักท่องเที่ยวลดลง ทำให้บริษัทเริ่มค้างชำระหนี้แบงก์และซัพพลายเออร์น้ำมัน จนเข้าข่ายหนี้สินล้นพ้นตัว
ทำไมถึงเข้าฟื้นฟู : แม้จะไม่มีเงินจ่ายหนี้ก้อนใหญ่ แต่บริษัท “รุ่งเรืองทรานสปอร์ต” ยังมีสัญญาสัมปทานเดินรถระยะยาวกับรัฐ และยังมีลูกค้าประจำอยู่ ถ้าปิดกิจการแล้วเอารถไปขายทอดตลาด รถบัสเก่าจะถูกขายในราคาถูกมากๆ เจ้าหนี้จะได้เงินคืนไม่ถึง 10%
กระบวนการฟื้นฟู : บริษัทจึงยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เมื่อศาลอนุมัติ ก็มีการตั้ง “ผู้ทำแผน” เพื่อจัดทำแผนฟื้นฟู เช่น:
ขอขยายเวลาชำระหนี้จากเดิม 3 ปี เป็น 7 ปี
ขอตัดลดดอกเบี้ยค้างชำระลงบางส่วน
ปรับลดจำนวนพนักงานและยกเลิกเส้นทางวิ่งที่ขาดทุน แล้วเน้นเฉพาะเส้นทางที่ทำกำไร
ผลลัพธ์ : บริษัทสามารถวิ่งรถส่งผู้โดยสารได้ตามปกติ มีรายได้เข้ามาหมุนเวียน และค่อยๆ แบ่งเงินจ่ายคืนเจ้าหนี้ตามแผนที่ตกลงกันไว้จนครบกำหนด
การบินไทย (Thai Airways) : ประสบปัญหาขาดทุนสะสมอย่างหนักประกอบกับเจอวิกฤตโควิด-19 ทำให้เที่ยวบินต้องหยุดชะงักและมีหนี้สินกว่า 3 แสนล้านบาท การบินไทยเลือกเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการผ่านศาล เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ลดขนาดฝูงบิน เจรจาค่าเช่าเครื่องจักร และปรับโครงสร้างองค์กร ปัจจุบันสามารถกลับมาเปิดบินและทำกำไรจนเตรียมจะออกจากแผนฟูกิจการได้สำเร็จ
สินมั่นคงประกันภัย : ได้รับผลกระทบจากยอดเคลมประกันโควิด “เจอ จ่าย จบ” มหาศาลจนสินทรัพย์ไม่พอจ่ายหนี้ จึงยื่นขอฟื้นฟูกิจการเพื่อหาทางนำเบี้ยประกันภัยประเภทอื่นมาทยอยจ่ายคืนและหาพันธมิตรร่วมทุนใหม่ (แม้ในบางเคสหากหาผู้ร่วมทุนหรือตกลงแผนกับเจ้าหนี้ไม่ได้ สุดท้ายอาจต้องถูกเพิกถอนและเข้าสู่การล้มละลายหรือปิดกิจการในที่สุด)
© 2026 สนง.กฎหมาย และบัญชีการเงิน นันทยาพันธ์